ทูลกระหม่อมฯแนะสร้างสิ่งใหม่เข้ากับยุคสมัย ททท.โชว์ปีท่องเที่ยววิถีไทย

 ทูลกระหม่อมฯแนะสร้างสิ่งใหม่เข้ากับยุคสมัย ททท.โชว์ปีท่องเที่ยววิถีไทย

แม้ว่าช่วง 9 เดือนแรกของปี 2557 การท่องเที่ยวซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพียงตัวเดียวที่ยังคงมีความหวังว่าจะผลักดันให้จีดีพีประเทศขยับขึ้นไปเป็นบวก หรืออย่างน้อยไม่ติดลบจนเกินไป อาจขยายตัวลดลงไปถึง 10% เศษจากจำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2556 ที่มีทั้งสิ้น 19.5 ล้านคน ลดลงเหลือเพียง 17.5 ล้านคน เพราะเรื่องยุ่งๆของการเมืองภายในประเทศก็ตาม
 
แต่ช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี คนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งตั้งเป้าจะทำงานกันอย่างหนัก คาดว่าทั้งเธอและเขาจะผลักดันตัวเลขรายได้ และจำนวนนักท่องเที่ยวให้เข้าไทยได้มากขึ้น เพื่อให้การขยายตัวลดลงไม่มาก คำนวณแล้วทั้งปีอาจจะขยายตัวลดลงจาก 10% ลงเหลือเพียง 5% เท่านั้นจากปี 2557
 
ขณะที่ความคาดหวังในการขยายตลาดท่องเที่ยวในปี 2558 ภายใต้แคมเปญ “ปีท่องเที่ยววิถีไทย” (2015 Discover Thai ness) นั้น แม้จะยังไม่มั่นใจว่า ททท.จะสามารถดึงจำนวนนักท่องเที่ยวกลับมาได้มากกว่าปี 2556 ที่มีถึง 26.5 ล้านคนได้หรือไม่
แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร และผู้ว่า การ ททท. นายธวัชชัย อรัญญิก ให้สัมภาษณ์ว่าพวกเขาเชื่อมั่นว่าทีมงานของ ททท.ทั้งหมดจะสามารถขยายตลาดนักท่องเที่ยวชาวยุโรปได้เพิ่มขึ้นจาก 6.1 ล้านคน เป็น 6.9 ล้านคน ด้วยรายได้ 505,000 ล้านบาท ขณะที่จะสามารถขยายตลาดท่องเที่ยวในอังกฤษเพิ่มขึ้นเป็น 909,000 คน ด้วยยอดรายได้ 68,600 ล้านบาท
 
ทั้งนี้ จากเป้าหมายนักท่องเที่ยวในปี 2557 ที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามายังประเทศไทยราว 25 ล้านคน ลดลงจากปีก่อน 5.83% รายได้รวม 1.174 ล้านล้านบาท ลดลง 2.69% โดยตั้งเป้า ว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากยุโรปเพิ่มขึ้นประมาณ 6.6 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 4.90% ทำรายได้เข้าประเทศ 441,770 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ยังคาดว่า จะมีนักท่องเที่ยวจากอังกฤษเพิ่มขึ้น 3.98% ทำรายได้เข้าประเทศราว 62,299 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวจากประเทศไทยซึ่งติดตามคณะของ ททท.เดินทางไปร่วมงาน World Travel Market (WTM) 2014 ครั้งที่ 34 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ระหว่างวันที่ 3-6 พ.ย.ที่ผ่านมา ยังได้รับประทานสัมภาษณ์ทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ซึ่งเสด็จ เป็นองค์ประธาน และประทานรางวัล Thailand Green Excellence Award ให้แก่ ภาคเอกชนไทยที่มีบทบาทต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ณ คูหาของ ททท.ในงาน WTM 2014 ก่อนจะเสด็จร่วมงาน Amazing Thailand Night : Royal Gala Dinner ด้วยว่า วิถีไทยตามความหมายของทูลกระหม่อมฯคือ การทำให้นักท่องเที่ยวมีความสุข และรู้สึกปลอดภัยเมื่อเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวยังประเทศไทยของเรา
 
ทูลกระหม่อมฯประทานสัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวด้วยพระสิริโฉมที่งดงาม และมีพระทัยสดใสเบิกบานว่า วิถีไทย ตามความหมายของทูลกระหม่อมฯคือ ความจริงใจ และความมีน้ำใจ ของคนไทย ซึ่งไม่ใช่แค่ความเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้มอย่างเดียว
 
“จริงๆความสมบูรณ์ในการท่องเที่ยวของประเทศไทยนั้น มีอยู่ในทุกรูปแบบอยู่แล้ว เรามีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม มีวัดวาอาราม มีสปา ที่ยอดเยี่ยม ซึ่งให้ทุกผู้ทุกนามมีผิวพรรณที่สดใส งดงาม และเรามีศูนย์การแพทย์เพื่อความงามไม่แพ้ประเทศอื่นๆ แน่นอน เรายังมีอาหารอร่อย มีแหล่งช็อปปิ้งมากมายด้วย”
 
ทูลกระหม่อมฯทรงเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังด้วยว่า เพิ่งเสด็จไปงานโปรโมตภาพยนตร์ในสหรัฐอเมริกา จึงทำให้ทรงทราบพระทัยว่ามีสถานที่ ที่น่าท่องเที่ยว และถ่ายทำภาพยนตร์ที่สวยงามหลายแห่งในประเทศไทย “อย่างหนังที่ “บี้ เดอะสตาร์” เล่นเรื่อง “คิดถึงวิทยา” ของค่าย GTH ก็สามารถถ่ายทอดสถานที่สวยงามของประเทศไทยออกมาได้เป็นอย่างดี”
 
อย่างไรก็ตาม ทูลกระหม่อมฯทรงกล่าวว่า เมื่อไหร่ที่พูดถึงการท่องเที่ยวไทย เราก็มักจะต้องพูดเรื่องซ้ำๆอยู่ตลอด เพราะฉนั้น จึงเห็นว่า ททท.น่าจะต้องศึกษาหาวิธีการสร้างสิ่งใหม่ๆที่เข้ากับยุคสมัย “ภายใต้คำว่า “วิถีไทย” ที่อินเทรนด์ ทันสมัย ไม่ได้แปลว่าจะต้องอนุรักษนิยม อนุรักษ์ความเป็นไทย หรือรำไทยอยู่อย่างเดียว แต่ควรมีลักษณะที่ประเทศไทยเรามีความโดดเด่นอยู่ในตัวเองแล้วสามารถนำออกมาใช้ได้ด้วย นั่นก็น่าจะทำให้ผู้คนสนใจได้ และตรงนี้เป็นหน้าที่ที่ต้องช่วยกันคิด”
 
ผู้สื่อข่าวยังได้รับการบอกเล่าจากสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเกาะเต่า เกาะสมุย เกาะพะงัน และ ผู้ประกอบกิจการในธุรกิจโรงแรม และการท่องเที่ยว ที่เดินทางเข้าร่วมนำเสนอขายสินค้าแก่บรรดาผู้ประกอบการนำเที่ยว (Tour Operator) และผู้เข้าร่วมงานในฐานะผู้ซื้อ (Buyer/Trade Visitor) ด้วยว่า ไม่มีผู้ซื้อรายใด โดยเฉพาะในอังกฤษซักถามเรื่องของเกาะเต่า หลายคนดูเหมือนจะรับรู้ความจริง และการดำเนินการของทางการไทย ขณะที่อีกหลายรายเห็นว่าปัญหาอาชญากรรมอาจเกิดขึ้นได้ในทุกประเทศ
 
อย่างไรก็ตาม ก่อนงาน WTM 2014 จะเสร็จสิ้นตัวเลขยอดขายของสำนักงานท่องเที่ยวไทยในยุโรป ก็สามารถปิดการขายในบางพื้นที่เช่น ที่เกาะพะงันได้จนถึงต้นปี 2559 (ค.ศ.2016) ซึ่งได้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจากยุโรปเพิ่มขึ้นราว 17% แล้ว ขณะที่เกาะยาวได้นักท่องเที่ยวเต็ม 100% ในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวจากยุโรป ซึ่งมักจะนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวในภาคใต้ของไทยเป็นระยะเวลาราว 14-15 วัน หรือเฉลี่ยราว 8 วันนั้น มียอดการใช้จ่ายต่อหัวต่อวันสูงถึง 70,810 บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3.50% ขณะที่นักท่องเที่ยวจากเกาะอังกฤษใช้จ่ายต่อหัวต่อวันสูงถึง 74,735 บาท หรือเพิ่มขึ้น 5.74% ทีเดียว
 
รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวฯยังเปิดเผยด้วยว่า ขณะนี้กระทรวงกำลังร่วมกับ ททท.จัดทำยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของประเทศไทยขึ้นใหม่เพื่อให้เกิดการบูรณาการระหว่างกระทรวงที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ข้อมูลทุกด้านอย่างถูกต้องแก่นักท่องเที่ยว ซึ่งจะทำให้สามารถตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้ทัน ท่วงที โดยเฉพาะในเรื่องของการวางแผนเพื่อป้องกันเหตุ และสร้างความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวภายใต้ยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า Intellectual Center หรือการวางระบบฐานข้อมูลเพื่อนักท่องเที่ยว ซึ่งนางกอบกาญจน์กล่าวว่า อย่างน้อยก่อนที่รัฐบาลชุดนี้จะจัดให้มีการเลือกตั้ง ก็น่าจะสามารถจัดทำแพลตฟอร์มเพื่อตั้งต้นศูนย์นี้ระดับหนึ่ง.