ประกาศบังคับใช้ พ.ร.ฎ.ลดภาษีบุคคลธรรมดา อีก 1 ปี

 ประกาศบังคับใช้ พ.ร.ฎ.ลดภาษีบุคคลธรรมดา อีก 1 ปี 

 ราชกิจจานุเบกษา บังคับใช้ พ.ร.ฎ.ลดภาษีบุคคลธรรมดา จากเดิม 37% เหลือ 35% อีก 1 ปี เป็นปีที่ 2
 
            วันนี้ (11 พฤศจิกายน 2557) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 576 พ.ศ. 2557 ประกาศ ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557) ว่า มีการประกาศบังคับใช้พระราชกฤษฎีกาลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จากเดิม 37% เหลือ 35% ต่ออีก 1 ปี เป็นปีที่ 2
 
            ทั้งนี้การลดภาษีบุคคลธรรมดา เคยใช้มาแล้วเมื่อปีภาษี 2556 ซึ่งประชาชนได้ยื่นแบบเสร็จสิ้นไปแล้ว เมื่อเดือนมีนาคม 2557 ที่ผ่านมา หลังกรมสรรพากรได้ขยายฐานการจัดเก็บภาษีจาก 5 ขั้นเป็น 7 ขั้นเป็นครั้งแรก ในรอบ 20 กว่าปี ส่วนสาเหตุที่กรมสรรพากรได้ขยายเวลาออกไปอีก 1 ปีนั้น เนื่องจากกระทรวงการคลัง เกรงว่าการแก้ไขพระราชบัญญัติประมวลรัษฎากร พ.ศ. 2535 อาจจะไม่ทันการยื่นในปีภาษี 2557
 
 
            สำหรับการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 7 ขั้น ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันนี้ คือ
 
             1. เงินได้สุทธิไม่เกิน 100,000 บาท ให้คงจัดเก็บในอัตรา ร้อยละ 5
 
             2. เงินได้สุทธิเฉพาะส่วนที่เกิน 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 300,000 บาท ให้จัดเก็บในอัตราลดลงจาก ร้อยละ 10 ให้เหลือ ร้อยละ 5 ส่วนที่เกิน 300,000 บาท แต่ไม่เกิน 500,000 บาท ให้คงจัดเก็บในอัตรา ร้อยละ 10
 
             3. เงินได้สุทธิเฉพาะส่วนที่เกิน 500,000 บาท แต่ไมเกิน 750,000 บาท ให้จัดเก็บในอัตราลดลงจาก ร้อยละ 20 ให้เหลือ ร้อยละ 15 ส่วนที่เกิน 750,000 บาท แต่ไม่เกิน 1,000,000 บาท ให้คงจัดเก็บในอัตรา ร้อยละ 20
 
             4. เงินได้สุทธิเฉพาะส่วนที่เกิน 1,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 2,000,000 บาท ให้จัดเก็บในอัตราลดลงจาก ร้อยละ 30 ให้เหลือร้อยละ 25 สำหรับเงินได้สุทธิส่วนที่เกิน 2,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 4,000,000 บาท ให้คงจัดเก็บในอัตรา ร้อยละ 30
 
             5. เงินได้สุทธิส่วนที่เกิน 4,000,000 บาท ให้จัดเก็บในอัตราลดลงจาก ร้อยละ 37 ให้เหลือ ร้อยละ 35
 
            ซึ่งพระราชกฤษฎีกาลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะมีผลหลังจากประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา
 
            สำหรับวันพรุ่งนี้ (12 พฤศจิกายน 2557) ทางกระทรวงการคลังจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ภาษีมรดก โดยจัดให้เก็บภาษีจากผู้รับมรดกในส่วนที่เกิน 50 ล้านบาท ในอัตราภาษีเพดาน 10 เปอร์เซ็นต์ แต่จะมีการเก็บจริงอยู่เท่าใดนั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทั้งนี้ ทางกระทรวงการคลัง ได้เสนอให้เก็บในอัตรา 10 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากมองว่าเป็นอัตราต่ำเมื่อเทียบกับประเทศสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ ที่เก็บภาษีมรดก 40 เปอร์เซ็นต์ สำหรับการจัดเก็บภาษีมรดกของไทย จะเก็บจากผู้รับมรดกที่เป็นทายาทชั้นลูกหรือหลาน